ผลการแข่งขัน WSBK สนามที่ 9 Misano World ประเทศอิตาลี RACE1

ผลการแข่งขัน WSBK เสนามที่ 9 Misano World ประเทศอิตาลี RACE1

การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ WSBK ก็เดินทางมาถึงสนามที่ 9 ที่สนาม Misano World Circuit โดยได้ทำการแข่งขันใน RACE1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลการแข่งขันก็ต้องชื่นชมความยอดเยี่ยมของ ที่สามารถฝ่าฟัน

โดยก่อนหน้าการแข่งขันในรอบ RACE1 นั้นก็จะมีการจับเวลาเพื่อหาผู้ออกสตาร์ทในตำแหน่งที่ดีที่สุดของการแข่งขัน โดยผลการคัดเลือกก็ตกเป็นของ Tom Sykes จากทีม Kawasaki Racing Team ที่เอาชนะเพื่อนร่วมทีมอย่าง Jonathan Rea แบบเสี้ยววินาที

โดย Tom Sykes ทำเวลาดีที่สุด 1’33.640 เฉือน Rea ไปเพียง 0.033 วินาที อันดับที่สาม Eugene Laverty จากทีม Millwaukee Aprilia ที่ทำเวลาเข้ามาที่ 1’34.281 โดยทั้งสามคนได้ออกสตาร์ทในแถวแรกของการแข่งขัน ในแถวที่สองประกอบไปด้วย Xavi Fores นักแข่งทีม Barni Racing Team ทีมอิสระที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง จะได้ออกสตาร์ทเคียงข้าง Lorenzo Savadori และ Loris Baz อดีตนักแข่ง MotoGP ของทีม GULF Althena BMW

ในรอบการแข่งขัน Pole Shot ตกเป็นของ Jonathan Rea ที่ได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งที่ 2 ชิงจังหวะขึ้นนำได้ตั้งแต่โค้งแรกของการแข่งขัน โดยมี Chaz Davies จากทีม Aruba.it Ducati ที่ทะยานจากตำแหน่งที่ 7 ขึ้นมาไล่บี้กลุ่มนำ

ในอันดับที่สี่ ไล่จี้ Eugene Laverty และ Tom Sykes ที่อยู่ในอันดับที่ 3 และ 2 โดยในรอบการแข่งขันที่ 1 เท่านั้น Loris Baz ก็ล้มไปในโค้งที่ 7 ต้องออกจากการแข่งขันไปเป็นคนแรกตามมาด้วย  Yonny  Hermanser นักแข่งโคลัมเบียของทีม Pedeccini Racing ต้องเป็นคนแรกที่ออกจากการแข่งขัน โดยเจ้าตัวล้มในรอบที่ 3 ของการแข่งขัน โค้งที่ 5 ของสนามออกจากการแข่งขันไปไปอย่างน่าเสียดาย ตามมาด้วย Alex lowes ที่เจ้าตัวล่มถึงสองครั้งสองครา ในโค้งที่ 5 และ 2 ออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 8

ผลชนะมาตัดสินกันตั้งแต่รอบที่ 18 ของการแข่งขันเมื่อ Jonathan Rea เร่งเครื่องเจ้า Kawasaki ZX-10RR หนีห่าง Chaz Davies  ที่กำลังพยายามสลัด Eugene Laverty ที่ไล่มาในดันดับที่สาม

โดยทั้งคู่ไล่บี้กันอยู่หลายรอบ จนท้ายที่สุดก็ต้องยกความเยี่ยมให้กับ Chaz Davies ที่ปิดไลน์ไม่ให้ Laverty สามารถขึ้นแซงได้เลย โดย Eugene Laverty จบการแข่งขันด้วยอันดับที่สามด้วยเวลา 34’11.742 นาที อันดับที่สอง Chaz Davies ทำเวลาได้ 34’11.312 นาที และอันดับที่หนึ่ง Jonathan Rea ด้วยเวลา 34’09.511 นาที

สรุปผลการแข่งขัน Pirelli Riviera Di Rimini Round 2018

ตารางคะแนนสะสมประจำฤดูกาล 2018

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.worldsbk.com www.motorsport.com https://www.greatbiker.com/สรุปการแข่งขัน-wsbk2018-สนามที่-9/

รีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R พร้อมฟังก์ชันและสมรรถนะที่คุ้มค่า

รีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R  ที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ทันสมัย Kawasaki Ninja ZX-25R คือ รถสปอร์ตขนาดเล็กที่มีพิกัดเพียงแค่ 250ซีซี เท่านั้น แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่มีความทรงพลังอย่างมากด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมถึง Ram Air ที่ได้รับการออกแบบเหมือนกับ Kawasaki H2 วันนี้ผมได้มีโอกาสทดลองขี่เลยอยากจะมารีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R กันครับ Kawasaki Ninja ZX-25R 4 สูบ ในพิกัด 250 ซีซี หลังจากที่ได้เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Kawasaki Ninja ZX-25R หลายคนก็อยากจะสัมผัสกับความเป็นรถจักรยานยนต์ 4 สูบ ในพิกัด 250 ซีซี และซุ่มเสียงอันทรงพลังของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ว่าจะมีเสียงที่ดุดันขนาดไหน ก่อนที่จะไปเล่าถึงรายละเอียดของตัวรถต้องบอกก่อนว่า Kawasaki Ninja ZX-25R รุ่นนี้ได้รับการถ่ายทอด...

Kawasaki KLR650 ตำนานที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง

Kawasaki KLR650 2022 กลับมาอีกครั้ง    Kawasaki KLR650 ตำนานที่เคยมีชีวิตในช่วงหนึ่งและได้จางหายไปในปี 2018 หลังจากนั้นเราไม่ค่อยได้ยินข่าวเกี่ยวกับ KLR650 ออกมาเลยในวงการมอเตอร์ไซค์ และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าว Kawasaki KLR650 กลับมาอีกครั้ง โดยการเปิดตัวของ Kawasaki US ในต่างประเทศ เป็นโมเดลของปี 2022 ซึ่งยังคง Concept Dual-sport แต่ยังไม่ทิ้งเชื้อสายแห่ง Adventure Touring ไป เราลองมาดูกันสักนิดว่าหลังจากห่างหายไปและกลับมาอีกครั้งจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เลือกอ่านในหัวข้อที่สนใจ Kawasaki KLR650 2022 กลับมาอีกครั้งดีไซน์ของตัวรถอัปเกรดตามหลักสรีรศาสตร์เครื่องยนต์ของ KLR650 2020ราคาเปิดตัวพูดคุยกับเราหรือปรึกษาก่อนซื้อ ดีไซน์ของตัวรถ Kawasaki KLR650 2022 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโฉมไฟหน้าใหม่เป็นแบบ LED เอกลักษณ์เดียวกับ Kawasaki Z400 ABS ส่วนไฟเลี้ยวยังคงใช้แบบฮาโลเจน ชุดบอดี้ได้มีการออกแบบเพิ่มเติมเพื่อช่วยความแข็งแรง ส่วนของสวิงอาร์มได้มีการออกแบบให้ยาวขึ้น ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว สามารถใส่กับยางขนาด 90/90...

กระจกมองข้างควรปรับยังไงให้เหมาะสม

เรื่องของกระจกมองข้าง หลายๆ คนมักจะมองข้าม ในหลายๆ ชิ้นส่วนของรถมอเตอร์ไซค์มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องปรับให้มีความเหมาะสมกับผู้ขับขี่ ที่แต่ละคนก็มีรูปร่างหรือว่าสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ถึงแม้บางคนจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่ความถนัดในการใช้งานเองก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดี แต่ในบางสิ่งบางอย่างนั้นจะใช้ความถนัดเพียงอย่างเดียงคงไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นอันตรายต่อการขับขี่ ดังนั้น บางอย่างอาจจะต้องมองข้ามเรื่องของความถนัดไปก่อน และให้มาเน้นที่เรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ในรถมอเตอร์ไซค์แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ผลิตก็ได้มีการออกแบบมาตามคอนเซ็ปต์หรือว่าตามลักษณะของตัวรถอยู่แล้ว ผู้ขับขี่หรือว่าเจ้าของเองก็อาจจะต้องการปรับตัวเข้าหารถให้เร็วที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าได้ขี่หรือสัมผัสอยู่ทุกวันก็จะค่อยๆ มีความคุ้นเคยกับตัวรถไปได้เรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะกลายเป็นความเคยชินและสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย นอกเหนือจากตัวรถหรือว่าท่านั่งของรถที่จะต้องปรับให้มีความคุ้นเคยมากที่สุดแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการขับขี่รถเลยนั่นก็คือ เรื่องของการปรับกระจกมองข้าง แน่นอนอยู่แล้วว่ากระจกมองข้างเป็นอุปกรณ์ควบของตัวรถ ที่รถทุกคันจะต้องมี เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ถ้าหากรถคันไหนที่ไม่มีกระจกมองข้างก็จะถูกตำรวจจับได้ เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายๆ คนก็อาจจะมีประสบการณ์ตรงนี้มาบ้างกันแล้ว เอาล่ะครับ...นั่นก็เป็นสิ่งที่เอามาเล่ากันปากต่อปากกันมากกว่า แต่สิ่งที่กำลังจะเอามาพูดกันในตอนนี้ก็คือ เรื่องของการปรับกระจกมองข้าง อาจจะมองดูเป็นเรื่องเล็กๆ และไม่ค่อยสำคัญ แต่เชื่อไหมว่ากระจกมองข้างนั้นช่วยให้หลายคนนั้นรอดพ้นจากการเกิดอุบัติเหตุกันมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันว่าการปรับกระจกมองข้างนั้น ควรจะอยู่ในตำแหน่งไหนดี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด โดยทั่วไปแล้วกระจกมองข้างไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของตัวรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าหากเป็นรถสปอร์ตกระจกมองข้างก็จะอยู่ด้านหน้าของแฟริ่ง อย่างเช่น Ninja 400 ZX-10R ZX-6R  แต่ถ้าหากเป็นรถสไตล์เน็กเก็ตก็อาจจะอยู่ที่ตำแหน่งใกล้เคียงกับแฮนด์ ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหนก็ตามถ้าเป็นกระจกที่มาจากโรงงานแล้วจะสามารถปรับระยะได้ทั้งหมด อันดับแรกเลยสำหรับการปรับกระจกควรจะปรับตำแหน่งของตัวก้านก่อน บางรุ่นก้านอาจจะปรับไม่ได้นะครับ แต่ว่าที่ตัวกระจกนั้นปรับได้อย่างแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่ทำอย่างแรกเลยเมื่อคร่อมรถไปแล้วให้ลองมองไปที่กระจกก่อนเลย แล้วให้สังเกตุถึงตำแหน่งของกระจก ในการหาตำแหน่งให้กับตัวเองนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนสูงหรือรูปร่างเล็ก สามารถใช้ทฤษฎีนี้ได้เลย การปรับกระจกจะต้องปรับให้...