รีวิว Kawasaki Z300 ABS ปี 2018 โดยศูนย์คาวาซากิ Real Motosports .  คาวาซากิ แซด 300 เป็นอีกหนึ่งรถจักรยานยนต์ในตระกูล Kawasaki Z Series ของค่ายคาวาซากิ ซึ่งความโดดเด่นของบิ๊กไบค์ตระกูล Z นั้นก็คือการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยว ดีไซน์อารมณ์สปอร์ต และความพัฒนาในเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดย Kawasaki Z300 นั้นก็พัฒนามาจากรุ่น Z250 โดยเฉพาะในเรื่องของเครื่องยนต์ เรียกได้ว่าให้สปีดที่เร็วและแรง ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์เน็คเก็ตไบค์สายสปอร์ตอย่างแน่นอน ลองมาดูรีวิว Kawasaki Z300 กันเลยว่าจะน่าสนใจขนาดไหน

โดดเด่นที่ดีไซน์

Kawasaki Z300 นั้นมาพร้อมกับรูปโฉมที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตตั้งแต่ภายนอก ด้วยบอดี้ที่ดูแข็งแกร่ง ทรงพลัง โดยในรุ่นนี้มีการเน้นน้ำหนักไปที่ส่วนหน้าของรถมากกว่าส่วนท้าย จึงไม่แปลกที่เพียงแค่เห็นด้านหน้าของรถก็รู้สึกได้ถึงขุมพลังที่ยอดเยี่ยม ไฟหน้ามีขนาดที่พอเหมาะไม่ใหญ่เกินไป ตัวไฟหน้านั้นจะเป็นแบบที่ใช้ในรุ่น Z800 นั้นก็คือ Multi-reflector ที่มองแปบเดียวก็รู้เลยว่านี่คือรถจากตระกูล Z ของคาวาซากิ นอกจากนี้ก็ยังมีการดีไซน์ให้ตัวถังเชื้อเพลิงของ Kawasaki Z300 นั้นกว้างขึ้นและเอียงไปด้านหน้ามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้จุน้ำมันได้มากขึ้น โดยสามารถจุได้ถึง 17 ลิตร ขับขี่ทางไกลได้สบายๆ เลยทีเดียว

 

หน้าปัดมอเตอร์ไซต์ Kawasaki Z300 ปี 2018
หน้าปัดมอเตอร์ไซต์ Kawasaki Z300 ปี 2018

ความทันสมัยที่ลงตัว

รีวิว Kawasaki Z300 ในครั้งนี้ยังมีความน่าสนใจในเรื่องของความทันสมัยแต่ดูโฉบเฉี่ยวสุดๆ ด้วยชุดแผงหน้าปัดเรือนไมล์ โดยเป็นจอเรืองแสงขนาดใหญ่ มีทั้งที่แสดงแบบอนาล็อกซึ่งใช้บอกรอบของเครื่องยนต์ และแบบดิจิตอลบนจอ LCD ที่ใช้สแดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถบออกได้ทั้งนาฬิกาบอกเวลา ความเร็ว เกจ์วัดน้ำมัน มาตรวัดระยะทางรวมทั้งสัญญาณไฟเตือนต่างๆ ก็จะแสดงได้บนจอ LCD จุดนี้เลย นอกจากจะใช้จอ LCD บนเกจ์วัดมาตรต่างๆ แล้ว Kawasaki Z300 ก็ยังใช้ไฟส่องสว่างที่ด้านหน้าและไฟท้ายด้วยหลอด LED ผู้ขับขี่จึงสามารถวางใจได้เลยว่าจะปลอดภัยได้ในทุกการขยับ เพราะมองเห็นระยะทางได้ไกลแม้ในที่มืด เป็นการดีไซน์หลอด LED บนกรอบไฟที่ดูสวยงามลงตัว และยังให้ความรู้สึกทันสมัยสไตล์สปอร์ตกันอีกด้วย

เครื่องยนต์ Kawasaki Z300 ปี 2018
เครื่องยนต์ Kawasaki Z300 ปี 2018

สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่วางใจได้

ด้วยความที่เป็นรถเน็คเก็ตไบค์ ทำให้เครื่องยนต์สิ่งที่ทางผู้ผลิตให้ความสำคัญกันเป็นพิเศษ โดยการรีวิว Kawasaki Z300 ในครั้งนี้ จะเห็นได้เลยว่า

  • เครื่องยนต์ของ Z300 นั้นเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ แบบ 2 ลูกสูบแบบแถวเรียง ขนาด 296 ซีซี
  • ระบบวาล์ว 8 วาล์วแบบ DOHC การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเป็นระบบหัวฉีด ซึ่งช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์นั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีจังหวะสะดุดใดๆ พลังแรงที่ 39 แรงม้า
  • เพิ่มเติมพัดลมไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการทำรอบความเร็ว ซึ่งรอบสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 11,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 10,000รอบ/นาที
  • มีเกียร์ 6 ระดับ

จากสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่มีอยู่ใน Kawasaki Z300 นั้นบ่งบอกได้ทันทีว่า เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของผู้ที่อยากขับขี่ในเมืองเป็นหลัก แต่ถึงแม้จะเอาไว้ใช้ทำความเร็วบ้างในระยะทางต่างจังหวัดก็สามารถบิดได้สบายๆ

 

ปลอดภัยได้มากขึ้นด้วยระบบเบรกและระบบกันสั่น

ปัญหาอย่างหนึ่งของการขับขี่จักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้สูงก็คือเรื่องของมาตรฐาน ในการกันสั่นสะเทือน ซึ่งในรีวิว Kawasaki Z300 ของเรานั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Z300 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้มากขึ้น ผู้ขับขี่จึงสามารถมั่นใจได้เลยว่า ปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะควบคุมเมื่อรถต้องเผชิญกับเส้นทางที่ผิวขรุขระไม่เรียบ เพราะ Z300 นั้น

  • มีระบบกันสะเทือน โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิด ขนาด 37 มิลลิเมตร
  • โช้คหลังนั้นเป็นโช้คเดี่ยว สวิงอาร์มในแบบยูนิเทรค สามารถปรับได้ 5 ระดับ

นี่เองที่เป็นจุดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยที่มากขึ้นในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ก็ยังมีการใช้ระบบเบรก ABS ที่ทำงานร่วมกันกับคาลิปเปอร์เบรกลูกสูบคู่บนจานเบรคแบบเดี่ยวทั้งด้านหน้าและหลัง สามารถวางใจได้ว่าหากต้องเบรกกะทันหันก็ยังเอาอยู่

Kawasaki Z300 2018 สีแดง และ สีน้ำเงิน
Kawasaki Z300 2018 สีแดง และ สีน้ำเงิน

เฉดสีที่หลากหลายเหมาะกับไลฟ์สไตล์

ปิดท้ายรีวิว Kawasaki Z300 กันที่เรื่องของสีกันบ้างกับเฉดสีที่สามารถเลือกจับจองเป็นเจ้าของกันได้ โดยสีที่มีให้เลือกนั้นจะมีอยู่ 2 เฉดสีที่เพิ่มเติมกันขึ้นมาใหม่นั้นก็คือ สีน้ำเงิน Candy Plasma Blue ที่ให้ความสวยงามแบบคลาสสิคดูนุ่มนวล และสีดำ Metallic Spark Black ที่ให้ความรู้สึกเข้ม ดุดัน และแข็งแกร่ง เหมาะกับผู้ที่ชอบสไตล์สปอร์ตเน้นความดุ นอกจากนี้ใครที่ชอบความคลาสสิคแบบเดิมก็ยังมีเฉดสีจากปีก่อนมาให้เลือกด้วยเช่นกัน คือสีเขียวและสีแดง

สำหรับ Kawasaki Z300 รุ่นล่าสุด เป็นรถเน็คเก็ตไบค์ที่ถูกปรับเปลี่ยนในเรื่องของดีไซน์และองค์ประกอบของการใช้งานในบางส่วน เพื่อให้เข้ากับความทันสมัยของยุคสมัย และลงตัวในฟังก์ชั่นของการขับขี่ ที่ให้ทั้งความรู้สึกสนุก สปอร์ต และมีความปลอดภัย แถมยังมีสีสันใหม่ๆ เพิ่มเติมออกมาเอาใจแฟนๆ รถรุ่นนี้กันอีกด้วย งานนี้ใครชอบสีไหน หรือสีใดจะนำโชคมากที่สุดก็คงจะต้องไปลองเลือกซื้อกันด้วยตัวเองแล้วละครับกับที่สุดของจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ Kawasaki Z300

สนับสนุนข้อมูล Kawasaki Z300 โดย ศูนย์คาวาซากิ Real Motosports