รู้ก่อนแข่ง WSBK 2018 สนาม Misano World Circuit ประเทศอิตาลี

รู้ก่อนแข่ง WSBK 2018 สนาม Misano World Circuit ประเทศอิตาลี

เดือนทางมาถึงสนามที่ 9 และสำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ WSBK2018 โดยสนามที่ 9 นี้จะย้ายกลับมาแข่งในทวีปยุโรปอีกครั้งที่สนาม Misano World Circuit ประเทศอิตาลี

โดยรูปแบบของสนาม Misano นั้นจะมีความยาวหนึ่งรอบสนามเท่ากับ 4.2 กิโลเมตร มีจำนวนโค้งทั้งสิ้น 16 โค้ง แบ่งออกเป็น โค้งซ้าย 6 และ โค้งขวา 10 ทางตรงยาวที่สุดของสนามมีความยาว 530 เมตร ตัวเทร็กมีความกว้าง 14 เมตร มีระดับความชันอยู่ที่ 1.5% โดยการแข่งขันในปีนี้จะมีรุ่นที่เข้าแข่งขันด้วยกัน 4 รุ่นประกอบไปด้วย WSSP300, WSSP, WSBK และ STK1000 เรียกได้ว่าใครไปนั่งชมที่ขอบสนามได้เรียกว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

โดยชื่อเต็มๆ ของสนามแห่งนี้มีชื่อว่า Misano World Circuit Marco Simoncelli โดยชื่อของสนามนี้ถูกตั้งเพื่อให้เกียรติกับ Marco Simoncelli นักแข่งรถดาวรุ่งชาวอิตาเลี่ยนที่เสียชีวิตในการแข่งขัน MotoGP เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมา โดยสนามแห่งนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในปี 1970 จนมาแล้วเสร็จในปี 1972 และเปิดใช้งานในปีต่อมา โดยสนามตั้งอยู่ในเมือง Remini ติดกับประเทศ ซาน มาริโน่ ซึ่งสนามแห่งนี้ก็จะถูกใช้ในการแข่งขัน Grand Prix Octo di San Marino wdella Rivieria of Rimini ในระดับ MotoGP อีกด้วย

ผลการแข่งขันของฤดุกาล 207 ที่ผ่านมา ผู้คว้าตำแหน่ง Super Pole ได้คือ Tom Sykes จากทีม Kawasaki Racing Team โดยเจ้าตัวยังครองตำแหน่งผู้ชนะในการแข่งขันรอบแรกอีกด้วย ผู้ทำ Faster Laps ได้คือ Michael Van der Mark จากทีม PATA Yamaha  และการแข่งขันใน RACE2 ผู้ชนะก็คือ Marco Melandri จากทีม Aruba.it Ducati ผู้ทำ Faster Laps ก็คือ Jonathan Rea จากทีม Kawasaki Racing Team

สำหรับการแข่งขัน Pirelli Riviera Si Rimini Round จะเริ่มต้นฝึกซ้อมกันตั้งแต่ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคมในรอบ FP1-2  และจะกลับมาเริ่มต้นฝึกซ้อมในรอบ FP3-4 รวมไปถึงรอบ SP หรือ Super Pole และการแข่งใน RACE1 ในวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคมนี้ และจะกลับมาแข่งกันต่อใน RACE2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม โดยทั้งสองรอบการแข่งขันจะแข่งขันในเวลาเดียวกันคือ 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อนๆ สามารถรับชมข่าวสารความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันได้ที่ GreatBiker ที่เดิมครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.worldsbk.comhttps://www.greatbiker.com/ทำความรู้จักสนาม-misano-world-circuit/

รีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R พร้อมฟังก์ชันและสมรรถนะที่คุ้มค่า

รีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R  ที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ทันสมัย Kawasaki Ninja ZX-25R คือ รถสปอร์ตขนาดเล็กที่มีพิกัดเพียงแค่ 250ซีซี เท่านั้น แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่มีความทรงพลังอย่างมากด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมถึง Ram Air ที่ได้รับการออกแบบเหมือนกับ Kawasaki H2 วันนี้ผมได้มีโอกาสทดลองขี่เลยอยากจะมารีวิว Kawasaki Ninja ZX-25R กันครับ Kawasaki Ninja ZX-25R 4 สูบ ในพิกัด 250 ซีซี หลังจากที่ได้เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Kawasaki Ninja ZX-25R หลายคนก็อยากจะสัมผัสกับความเป็นรถจักรยานยนต์ 4 สูบ ในพิกัด 250 ซีซี และซุ่มเสียงอันทรงพลังของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ว่าจะมีเสียงที่ดุดันขนาดไหน ก่อนที่จะไปเล่าถึงรายละเอียดของตัวรถต้องบอกก่อนว่า Kawasaki Ninja ZX-25R รุ่นนี้ได้รับการถ่ายทอด...

Kawasaki KLR650 ตำนานที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง

Kawasaki KLR650 2022 กลับมาอีกครั้ง    Kawasaki KLR650 ตำนานที่เคยมีชีวิตในช่วงหนึ่งและได้จางหายไปในปี 2018 หลังจากนั้นเราไม่ค่อยได้ยินข่าวเกี่ยวกับ KLR650 ออกมาเลยในวงการมอเตอร์ไซค์ และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าว Kawasaki KLR650 กลับมาอีกครั้ง โดยการเปิดตัวของ Kawasaki US ในต่างประเทศ เป็นโมเดลของปี 2022 ซึ่งยังคง Concept Dual-sport แต่ยังไม่ทิ้งเชื้อสายแห่ง Adventure Touring ไป เราลองมาดูกันสักนิดว่าหลังจากห่างหายไปและกลับมาอีกครั้งจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เลือกอ่านในหัวข้อที่สนใจ Kawasaki KLR650 2022 กลับมาอีกครั้งดีไซน์ของตัวรถอัปเกรดตามหลักสรีรศาสตร์เครื่องยนต์ของ KLR650 2020ราคาเปิดตัวพูดคุยกับเราหรือปรึกษาก่อนซื้อ ดีไซน์ของตัวรถ Kawasaki KLR650 2022 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโฉมไฟหน้าใหม่เป็นแบบ LED เอกลักษณ์เดียวกับ Kawasaki Z400 ABS ส่วนไฟเลี้ยวยังคงใช้แบบฮาโลเจน ชุดบอดี้ได้มีการออกแบบเพิ่มเติมเพื่อช่วยความแข็งแรง ส่วนของสวิงอาร์มได้มีการออกแบบให้ยาวขึ้น ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว สามารถใส่กับยางขนาด 90/90...

กระจกมองข้างควรปรับยังไงให้เหมาะสม

เรื่องของกระจกมองข้าง หลายๆ คนมักจะมองข้าม ในหลายๆ ชิ้นส่วนของรถมอเตอร์ไซค์มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องปรับให้มีความเหมาะสมกับผู้ขับขี่ ที่แต่ละคนก็มีรูปร่างหรือว่าสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ถึงแม้บางคนจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่ความถนัดในการใช้งานเองก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดี แต่ในบางสิ่งบางอย่างนั้นจะใช้ความถนัดเพียงอย่างเดียงคงไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นอันตรายต่อการขับขี่ ดังนั้น บางอย่างอาจจะต้องมองข้ามเรื่องของความถนัดไปก่อน และให้มาเน้นที่เรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ในรถมอเตอร์ไซค์แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ผลิตก็ได้มีการออกแบบมาตามคอนเซ็ปต์หรือว่าตามลักษณะของตัวรถอยู่แล้ว ผู้ขับขี่หรือว่าเจ้าของเองก็อาจจะต้องการปรับตัวเข้าหารถให้เร็วที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าได้ขี่หรือสัมผัสอยู่ทุกวันก็จะค่อยๆ มีความคุ้นเคยกับตัวรถไปได้เรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะกลายเป็นความเคยชินและสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย นอกเหนือจากตัวรถหรือว่าท่านั่งของรถที่จะต้องปรับให้มีความคุ้นเคยมากที่สุดแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการขับขี่รถเลยนั่นก็คือ เรื่องของการปรับกระจกมองข้าง แน่นอนอยู่แล้วว่ากระจกมองข้างเป็นอุปกรณ์ควบของตัวรถ ที่รถทุกคันจะต้องมี เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ถ้าหากรถคันไหนที่ไม่มีกระจกมองข้างก็จะถูกตำรวจจับได้ เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายๆ คนก็อาจจะมีประสบการณ์ตรงนี้มาบ้างกันแล้ว เอาล่ะครับ...นั่นก็เป็นสิ่งที่เอามาเล่ากันปากต่อปากกันมากกว่า แต่สิ่งที่กำลังจะเอามาพูดกันในตอนนี้ก็คือ เรื่องของการปรับกระจกมองข้าง อาจจะมองดูเป็นเรื่องเล็กๆ และไม่ค่อยสำคัญ แต่เชื่อไหมว่ากระจกมองข้างนั้นช่วยให้หลายคนนั้นรอดพ้นจากการเกิดอุบัติเหตุกันมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันว่าการปรับกระจกมองข้างนั้น ควรจะอยู่ในตำแหน่งไหนดี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด โดยทั่วไปแล้วกระจกมองข้างไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของตัวรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าหากเป็นรถสปอร์ตกระจกมองข้างก็จะอยู่ด้านหน้าของแฟริ่ง อย่างเช่น Ninja 400 ZX-10R ZX-6R  แต่ถ้าหากเป็นรถสไตล์เน็กเก็ตก็อาจจะอยู่ที่ตำแหน่งใกล้เคียงกับแฮนด์ ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหนก็ตามถ้าเป็นกระจกที่มาจากโรงงานแล้วจะสามารถปรับระยะได้ทั้งหมด อันดับแรกเลยสำหรับการปรับกระจกควรจะปรับตำแหน่งของตัวก้านก่อน บางรุ่นก้านอาจจะปรับไม่ได้นะครับ แต่ว่าที่ตัวกระจกนั้นปรับได้อย่างแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่ทำอย่างแรกเลยเมื่อคร่อมรถไปแล้วให้ลองมองไปที่กระจกก่อนเลย แล้วให้สังเกตุถึงตำแหน่งของกระจก ในการหาตำแหน่งให้กับตัวเองนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนสูงหรือรูปร่างเล็ก สามารถใช้ทฤษฎีนี้ได้เลย การปรับกระจกจะต้องปรับให้...