Kawasaki Z400 รหัสแซ่บที่น่าสัมผัส

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าไบค์เกอร์เมืองไทยคงคุ้นเคยกับเครื่องยนต์ในบล็อค 400 กันมาพอสมควรแล้ว เพราะว่าก่อนหน้า Kawasaki ได้ส่งเครื่องยนต์ในบล็อคนี้ภายใต้รหัส นินจา400 มาแล้ว จนมาถึงเมื่อช่วงปลายปี 2018 ในงาน Expo ครั้งที่ 35 ที่ผ่านมา Kawasaki ได้เดินหน้ากับเครื่องยนต์บล็อคนี้กันต่อด้วยการจัดรหัสสุดเจ๋งอย่าง Kawasaki Z400 ปี 2019 รหัสที่เป็นรถนกก็ตออกมาให้ได้สัมผัสกันอีกแล้ว เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับกลุ่มผู้ที่ชอบรถสไตล์นกก็ในเมืองไทยที่ยังมีอยู่เยอะ พร้อมกับพลังบวกในความต้องการรถบิ๊กไบค์ขนาดกลางที่มีอีกมาก ด้วย 2 ประเด็นหลักๆ เลยทำให้ Kawasaki เดินหน้าลุยตลาดกลุ่มนกก็ไบค์อย่างเต็มที่

Kawasaki Z400 สีเขียวดำ

หลังจากการเปิดตัวมาแล้วหลายคนอาจจะได้จับจองเป็นเจ้าของกันเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับนิสัยของ แซด400 กันให้มากขึ้น Kawasaki เลยได้จัดกิจกรรม Kawasaki TEST RIDE ขึ้นมา แน่นอนว่าพระเอกของงานนี้ต้องยกให้กับ แซด400 ถึงจะมีรถอีกหลายรุ่นมาให้ได้ลองไม่ว่าจะเป็น ZX-6R หรือว่ารถในกลุ่มเอ็นดูโร่ทั้ง VERSYS 300, KLX150 และ KLX250 ถือว่ามางานเดียวก็ได้มาสัมผัสกับรถหลากหลายรุ่นไปพร้อมๆ กัน กิจกรรมการทดสอบรถครั้งนี้ผู้แทนจำหน่ายอย่าง ศูนย์คาวาซากิ REAL MOTOSPORT เองก็ยังได้เป็นสื่อกลางที่ให้ลูกค้าได้เข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย รวมทั้งยังได้มาร่วมออกบูธในงานนี้ด้วย กิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นที่สนามมอเตอร์สปอร์ตปาร์ค สุวรรณภูมิ รูปแบบสนามที่เซ็ทขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความคล่องตังของตัว Z400 มากกว่าที่จะลองในเรื่องของความเร็ว

รวม-Z400

ในสายของตระกูลนี้จัดว่าเป็นน้องใหม่ล่าสุดของรถตระกูลนี้ มี 2 สเปคให้เลือกคือ standard และ SE ที่จะเสริมในเรื่องของสีแบบทูโทน การ์ดหม้อน้ำ และของแต่งอย่างชิวล์หน้าและกันล้มด้านข้าง

Z400 METALLIC FLAT SPARK BLACK / PEARL FLAT STARDUST WHITE
Z400 METALLIC GRAPHITE GRAY / METALLIC SPARK BLACK (SE)
สนใจโปรโมชั่นคาวาซากิ

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ก็เอาข้อมูลมาฝากๆ เพื่อนๆ กันและน่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการนำไปเป็นข้อมูลให้กับคนที่กำลังมองหรือเล็งที่จะตัดสินใจซื้อรถรุ่นนี้อยู่ กับบล็อคเครื่องยนต์ที่บอกว่าตั้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี จัดว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ขนาดกลาง ก่อนหน้านี้อาจจะคุ้นกับ Ninja400 แต่ว่าตอนนี้เครื่องยนต์บล็อคนี้ได้ถอดเรซซิ่งสูทออกเป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงแม้จะเป็นรถคนละกลุ่มแต่ว่าเครื่องยนต์ได้ใช้เป็นตัวเดียวกันแบบยกเครื่องมาใช้ด้วยกันเลย เรื่องสเปคตัวรถคงไม่ได้เอาพูดอีกครั้งเพราะว่าสามารถไปหาข้อมูลได้ที่รีวิว(คลิก) อยู่แล้ว

Z400-สีเทาฟ้า

อย่างแรกเลยคือในส่วนของท่านั่งได้เซ็ทท่านั่งเอาไว้ได้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของแฮนด์ที่เป็นแบบแฮนด์บาร์ ตัวเบาะที่มีส่วนเว้าของต้นขา และตำแหน่งพักเท้า ที่อยู่ในจุดที่สามารถนั่งได้สบาย และคุมรถได้ง่าย ท่านั่งลองนึกภาพถึงการนั่งเก้าอี้ซึ่งจะมีท่านั่งที่คล้ายๆ กันทำให้นั่งแล้วรู้สึกสบาย เพราะน้ำหนักจะทิ้งไปที่เบาะมากกว่า ถึงแม้จะเป็นคนรูปร่างเล็กก็สามารถคร่อมได้สบายถึงจะเป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบที่หลายคนอาจจะมองว่าหนักแต่ถ้าลองได้มาคร่อมจริงๆ แล้วคงต้องยกเลิกความคิดนั้นไปโดยสิ้นเชิง นอกจากรถจะมีเพียวลงอย่างเห็นได้ชัดเจนและรถก็ยังมีความเบาแบบน่าตกใจ ไม่เหมือนกับขี่รถขนาด 400 ซีซี ถ้ามองแบบไม่รู้ก็อาจจะคิดว่าเป็นรถแค่ 200-300 ซีซี ก็ได้ ช่วงแรกหาตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสมได้แล้วที่เหลือคือการสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถ

สนามมอเตอร์สปอร์ค พาร์ค สุวรรณภุูมิ

ด้วยลักษณะของสนามที่เป็นโค้งแคบทำให้ใช้เกียร์ได้แค่ 3 เกียร์เท่านั้น จะทำให้เราเห็นถึงกำลังรอบต้นได้ ซึ่งในกำลังช่วงต้นไม่ได้มาเร็วจนหน้ากลัวหรือว่าทำให้เสียจังหวะของการขี่ แต่กลับเป็นกำลังที่นุ่มนวลมากกว่า กำลังเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลแบบนี้เลยทำให้ช่วงล่างไม่ต้องรับบทหนัก

Z400-สีเขียวดำ

เพราะถ้าหากกำลังตอบสนองแบบพรวดมาเลยจะทำให้ช่วงล่างที่เซ็ทมาเพื่อการใช้งานปกตินั้นเกิดอาการย้วยได้ และการขับขี่สนามแบบนี้ถ้าไม่พูดถึงช่วงล่างก็คงจะไม่ได้ ด้วยลักษณะโค้งแคบและมีโค้งกว้างเพียงไม่กี่โค้งต้องวัดกันที่ช่วงล่างกันหน่อย ช่วงล่างของ Z400 เป็นโช้คอัพที่มีความนุ่มนวลเหมาะกับการใช้งานและการขับขี่ในโค้งได้ทุกแบบ เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้เอาไปขี่แบบเรซซิ่งหรือว่าลงแข่งที่ไหนโช๊คเดิมๆแบบนี้ก็เอาอยู่

อีกจุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญกับช่วงของการต่อเกียร์ ชุดเกียร์เองก็มีความนุ่มนวลที่มีการส่งคลัทช์เป็นตัวส่งกำลัง ต้องยอมรับว่าทั้ง 2 ชุดนี้มีความนุ่มนวลอยู่มาก กำคลัทช์แล้วเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่ต้องใช้กำลังในการงัดมากเกินไปทำให้ไม่เสียจังหวะด้วย

ระบบครัทช์ Z400

เมื่อมีเครื่องยนต์ที่ตอบสนองการขับขี่ได้ดีแล้ว เรื่องระบบเบรกคืออีกหนึ่งหัวใจของความปลอดภัย Z400 เลยจัดชุด ABS มาใส่ไว้ให้เรียบร้อย อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเบรก ABS จะไม่มีอาการล็อคล้อเมื่อต้องเบรกหนักๆ สำหรับระบบเบรก ABS แล้วนอกจากจะไม่ทำให้ล้อล็อคแล้ว ตัวก้านเบรกที่ทำงานด้วยชุดปั้มบนเองยังรู้สึกว่านุ่มนวล ดังนั้นถึงแม้เราจะกดเบรกแบบกระทันหันปั้มบนจะไม่สู้มือ ถ้าเป็น ABS แบบเดิมๆเวลาเบรกจน ABS ทำงานที่ก้านเบรกก็จะรู้สึกได้ถึงการงานของ ABS ทันที

ระบบเบรก ABS kawasaki Z400

แต่ แซด 400 กลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้น เทคโนโลนีอีกอย่างที่ทำให้รับรู้ถึงการทำงานก็คือสลิปเปอร์คลัทช์หรือตัวป้องกันการล้อล็อค จังหวะที่ต้องรวบเกียร์ลงมาในขณะที่รอบเครื่องยนต์สูงอยู่ ส่วนมากจะใช้ช่วงก่อนเข้าโค้งหรือว่าต้องเบรกอย่างกระทันหันการลดเกียร์ก็ช่วยชะลอรถได้เยอะ สลิปเปอร์คลัทช์ที่มีมาช่วยให้ล้อหลังไม่เกิดอาการกระตุก เมื่อรถไม่มีอาการล้อหลังล้อคแล้วความมั่นใจในขณะขับขี่ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

นักแข่งกำลังทดสอบ-Z400

นี่คือความโดเด่นของ Kawasaki Z400 ที่เอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคล่องตัวของรถ อัตราเร่งที่ตอบสนองได้อย่างนุ่มนวล ช่วงล่างที่ทำเกิดความมั่นใจในการเข้าโค้ง ระบบเบรกที่ไว้ใจได้ หรือว่าจะเป็นเรื่องของสลิปเปอร์คลัทช์เทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดความมั่นใจเมื่อต้องรวบเกียร์ ทุกอย่างที่บรรจุอยู่ แซด400 จะทำให้การขับขี่สนุกและใช้งานได้ง่ายไม่ว่าจะออก ทริปหรือใช้ในชีวิตประจำวัน และนี้คือคำตอบสุดท้ายของบิ๊กไบค์ไซด์ขนาดกลางที่ใครก็สามารถจับต้องได้ คราวหน้ามีการทดสอบหรือเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆเมื่อไหร่ก็จะได้นำข้อมูลดีๆ มาฝากกันอีกครั้ง ส่วนใครที่สนใจก็ลองแวะไปทดสอบได้ที่ ศูนย์คาวาซากิ REAL MOTOSPORT ทั้งสาขาแจ้งวัฒนะ และสาขารามคำแหง ที่จะช่วยเป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับไบค์เกอร์ทุกคน

เครดิตขักเขียน คุณเป้า

บทความโดย สะบัดคันเร่ง

คลุกคลีเรื่องรถมอเตอร์ไซค์มาร่วม 20 ปี ขี่รถทุกรูปแบบทั้งในประเทศ ต่างประเทศและสนามแข่ง ขอให้เป็นสองล้อขี่ได้หมดและยังพร้อมเติมประสบการณ์กับคันเร่งต่อไป

ปุ่มกดไลน์แอด
ปุ่มกด facebook inbox
สนใจโปรโมชั่นคาวาซากิ