เชื่อได้ว่าสายมอเตอร์สปอร์ตหลายๆคนหรือว่าชาวไบค์เกอร์หลายคนอยากที่จะมีสักครั้งหนึ่งกับการได้ขี่รถแบบเข่าเช็ดพื้นในสนามแข่ง การใช้เข่าเช็ดพื้นเป็นรูปแบบการขี่เรซซิ่งหรือว่าเป็นเทคนิคการขับขี่ของนักแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรายการไหนก็แล้วแต่หรือว่าจะเป็นรถรุ่นเล็กหรือว่าบิ๊กไบค์จนไปถึงการแข่งขัน MotoGP ก็จะเห็นนักแข่งขี่รถเข้าโค้งแบบเข่าเช็ดพื้นกัน

ขี่รถในสนาม ทำไมเข่าต้องเช็ดพื้น ?

ทั้งนั้น จนเกิดเป็นความอยากของใครหลายคนที่อยากจะขี่รถเข่าเช็ดพื้นแบบนักแข่งบ้าง ว่าเมื่อเข่าเช็ดพื้นแล้วจะมีความรู้สึกอย่างไร เพราะหลายคนอาจจะมองดูว่าเมื่อใครก็แล้วแต่ที่สามารถขี่รถในสนามแล้วเข่าเช็ดพื้นได้นั้นก็อาจจะได้รับการยอมรับจากหลายๆคน

แต่ถ้าหากลองสังเกตนักแข่งอย่างแท้จริงแล้ว จะเห็นได้ว่านักแข่งเองได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการขับขี่รถที่ต่างไปจากยุคก่อนๆมาก โดยเฉพาะการขับขี่แบบเข่าเช็คพื้นที่ได้กลายมาเป็นใช้ศอกเช็ดพื้นไปแล้ว โดยเฉพาะในการแข่งขัน MotoGP

ขี่รถ kawasaki

มาดูจุดประสงค์ของนักแข่งที่ใช้เข่าเช็ดพื้นกันก่อน

สาเหตุที่นักแข่งได้ใช้เข่าเช็ดพื้นก็เพื่อใช้เป็นตัววัดมุมเอียงของรถ เพื่อไม่ให้รถเอียงเกินขอบยางในขณะที่ใช้ความเร็วในโค้ง นักแข่งจะใช้เข่าเป็นตัวกำหนดนั้นเอง การใช้เข่าเช็ดพื้นจึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งของนักแข่งที่ช่วยให้ขับขี่ในโค้งได้เร็วขึ้น

การขับขี่ในโค้งไม่ใช่เพียงเอียงรถและกางเข่าออกมาเทท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างที่เกี่ยวเนื่องที่ทำให้ต้องใช้เข่าเช็ดพื้น ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในโค้ง ยางและช่วงล่าง การจัดท่าทางการขับขี่ในโค้ง ตำแหน่งพักเท้า ทุกอย่างมีความเกี่ยวเนื่องกับการขับขี่ในโค้งทั้งหมด ไม่ว่าการขับขี่แบบเรซซิ่งจะยากยังไงก็แล้วแต่ แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่ยังมีความอยากจะขี่รถในสนามแบบเข่าเช็ดพื้นให้ได้แบบนักแข่ง

Kawasaki ninja zx10r
ขี่รถ kawasaki

สำหรับการขับขี่ในลักษณะของการใช้เข่าเช็ดพื้น ถ้าเป็นมือใหม่แล้วควรจะวางไว้ในประเด็นสุดท้ายของการเริ่มต้น เพราะรถเดิมคงจะเทียบไม่ได้กับรถแข่งที่มีการเซ็ทช่วงล่างและยางมาแล้ว รวมไปถึงปฏิกิริยาร่างกายของนักแข่งที่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ ซึ่งต่างจากผู้ที่เริ่มขี่ที่จะต้องนึกถึงขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ

จุดเปลี่ยนของการแข่งขันก็อยู่ที่นักแข่งใช้ความเร็วได้ดีที่สุด รถแข่งสามารถพับรถในโค้งได้เยอะนั้นหมายถึงนักแข่งใช้ความเร็วในโค้งได้เร็วขึ้น เพราะรถแข่งจะอาศัยแรงเหวี่ยงเพื่อหนีแรงดึงดูดของพื้นโลก ทำให้การใช้เข่าเช็ดพื้นจึงไม่เหมือนกับยุคก่อนที่นักแข่งต้องกางเข่าออกมามากขึ้น เพราะรถสามารถพับลงในโค้งได้ในองศาที่มากขึ้น ความเร็วมากขึ้นเข่าที่กางก็กางออกมาในองศาที่ไม่มาก

moto gp

อย่าง MotoGP ที่นักแข่งพับรถถึงขนาดที่นักแข่งใช้ศอกเช็ดพื้นกันแล้ว ส่วนรถเดิมๆนั้นก็สามารถขับขี่ในลักษณะของนักแข่งได้เช่นกัน แต่การขับขี่ในแบบเข่าเช็คพื้นควรจะวางในประเด็นสุดท้ายของการขับขี่ ซึ่งไม่ควรนำมาเป็นประเด็นหลักของการขับขี่ เพราะอาจจะทำให้การขับขี่เกิดอันตราย แทนที่จะได้ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง หากต้องการขับขี่แบบเข่าเช็ดพื้นอันดับแรกเลยคือการฝึกทักษะการขับขี่ในแบบของเรซซิ่ง ที่จะมีความแตกต่างไปจากการขับขี่แบบเซฟตี้ แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้สายตา การใช้คันเร่ง ส่วนที่จะเพิ่มเติมในสนามจะเป็นเรื่องของการใช้เกียร์แต่ละโค้ง

การกำหนดจุดเบรก การจัดท่าทางก่อนการเข้าโค้ง ทุกอย่างจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนเข้าโค้ง และที่สำคัญคือไลน์การขับขี่ในโค้งที่ถือว่าสำคัญอย่างมากต่อการใช้ความเร็ว ง่ายที่สุดคือวางไลน์ให้เป็นเส้นตรงที่สุดในสเต็ปของ นอก-ใน-นอก นอกจะหมายถึงขอบด้านนอกสุดของแทร็คสนาม นั่นก็หมายถึงขอบแทร็คด้านในสุดของสนาม ซึ่งจะเป็นไลน์ที่ใช้กันเป็นพื้นฐานในสนาม

การฝึกการขับขี่แบบเรซซิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ในการดูแลของผู้ที่มีประสบการณ์หรือว่าผู้เชี่ยวชาญหรือว่าบางคนอาจจะได้รับการฝึกจากนักแข่งเองด้วย สำหรับรถเดิมๆแล้วอยากจะให้ขี่ได้สนุกมากกว่าแล้วค่อยๆเช็คอาการของรถไปเรื่อยๆ  ไม่จำเป็นเลยที่เข่าจะต้องเช็ดพื้นให้ได้ ดังนั้นการฝึกซ้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ร่างกายมีความเคยชินกับการขับขี่แบบเรซซิ่ง

ZX6r วันทดสอบ
ZX6r ทดสอบเข่าเช็ดพื้น

เมื่อมีความคุ้นเคยกับรถ การวางตำแหน่งของร่างกายถูกต้อง กำหนดจุดเบรกได้ใช้คันเร่งได้อย่างเหมาะสม และการมองไลน์ในสนามได้แล้ว ความเร็วจะเพิ่มเองโดยอัตโนมัติโดยเฉพาะในโค้ง เมื่อมีความเร็วมากขึ้นรถจะพับลงมากขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างที่หลายคนมุ่งหวังก็คือเข่าจะเช็ดพื้นโดยอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลานั้นหลายคนอาจจะตกใจได้แบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ว่าได้กับการที่เข่าเช็ดพื้นแบบไม่ตั้งใจ

ดังนั้นถ้าหากไบค์เกอร์มือใหม่อยากจะขี่รถเข่าเช็ดพื้นนั้น ควรจะวางไว้เป็นประเด็นสุดท้ายมากกว่า เพราะที่สำคัญจะต้องเรียนรู้ในทักษะให้ชำนาญแล้วเรื่องเข่าเช็ดพื้นก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากและปลอดภัยจนอาจทำให้หลายคนอยากจะก้าวไปสู่การเป็นนักแข่งอย่างเต็มตัวได้เช่นกัน ดีกว่าขี่รถแล้วทักษะไม่ได้ ความเร็วไม่ได้ แต่ตั้งหน้าตั้งตากางเข่า กางศอกออกมาเพื่อให้เข่าเช็ดพื้น ซึ่งจะดูเป็นการตั้งใจและไม่เป็นธรรมชาติของการขับขี่และที่สำคัญอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน

เครดิตขักเขียน คุณเป้า

บทความโดย สะบัดคันเร่ง

คลุกคลีเรื่องรถมอเตอร์ไซค์มาร่วม 20 ปี ขี่รถทุกรูปแบบทั้งในประเทศ ต่างประเทศและสนามแข่ง ขอให้เป็นสองล้อขี่ได้หมด และยังพร้อมเติมประสบการณ์กับคันเร่งต่อไป

ปุ่มกดไลน์แอด
ปุ่มกด facebook inbox
สนใจโปรโมชั่นคาวาซากิ